วันที่  4  เมษายน  2560  นายเนติวิทย์  โชติภัทร์ไพศาล แกนนำผู้คัดค้านระบบการเกณฑ์ทหาร  ได้ยื่นเอกสารขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร  โดยให้เหตุผลในการผ่อนผันว่าต้องศึกษาเล่าเรียน  เพราะปัจจุบันยังเรียนอยู่ปี  1  คณะรัฐศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ที่สำคัญนายเนติวิทย์ยังยืนกรานคัดค้านระบบการเกณฑ์ทหารอยู่เช่นเดิม และยอมรับตามตรงว่าตนมีความกลัวว่าหากโดนเกณฑ์ทหารเข้าไปต้องถูกกระทำทารุณต่าง ๆ อย่างแน่นอน

นายเนติวิทย์ได้เปิดเผยความคิดเห็นในมุมมองของตนเองว่า ระบบเกณฑ์ทหารของประเทศนั้นเป็นการบีบบังคับ การเป็นเรื่องที่ล้าสมัย ประเทศที่เจริญแล้วแถบยุโรปและอีกหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกได้ยกเลิกระบบการเกณฑ์ทหารไปแล้ว และเปลี่ยนแปลงระบบการเกณฑ์ทหารดั้งเดิมให้เป็นระบบสมัครใจ  เพราะจากการเปรียบเทียบแล้วพบว่าระบบสมัครใจนั้นจะได้ทหารที่มีประสิทธิภาพมากกว่า

นายเนติวิทย์ยังได้เผยอีกว่า  ตนเชื่อว่าการรับใช้และทำประโยชน์ให้กับประเทศชาตินั้นสามารถทำได้หลายทาง  ไม่จำกัดอยู่ที่การเกณฑ์ทหารเท่านั้น  ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องเปลี่ยนแปลง เผยตนจะจะทำงานวิจัยเพื่อพิสูจน์และเป็นข้อบ่งชี้ความแตกต่างระหว่างระบบเกณฑ์ทหารแบบดั้งเดิมกับแบบสมัครใจ  ว่ามีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร  ซึ่งระบบสมัครใจนั้นตนมองว่าควรให้เงินเดือนและสวัสดิการที่ดี  เชื่อว่ามีคนจำนวนมากที่ยินดี  เต็มใจ  และมีความพร้อมที่จะสมัครเพื่อรับใช้ชาติแน่นอน  ส่งผลให้กองทัพเองมีกำลังพลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น  ดังนั้น  ตนเองก็ยังยืนยันที่จะเป็นแกนนำการต่อต้านการเกณฑ์ทหารต่อไป  ตนมองว่า  ระบบการปกครองแบบนี้เท่ากับเป็นการปลูกฝังความรุนแรงอย่างไม่มีเหตุผล  เป็นการลิดรอนเสรีภาพเพราะบังคับให้ปฏิบัติตามผู้นำ  ขัดกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย  โดยตนจะยังเดินหน้าเป็นแรงขับเคลื่อนเพื่อให้ระบบเช่นนี้หมดไป  ให้ประเทศชาติได้เข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง

ส่วนกรณีที่พบเห็นจากข่าวในบ่อย ๆ เรื่องทหารเกณฑ์ที่ถูกซ้อมจนบาดเจ็บและเสียชีวิต  ถึงแม้ว่าผู้บัญชาการทหารบกได้ออกมาขอโทษและยืนยันว่าจะพยายามไม่ให้เกิดขึ้นอีก แต่จนแล้วจนรอดก็ยังมีข่าวการบาดเจ็บและสูญเสียของทหารเกณฑ์จากการถูกซ้อมออกมาอย่างต่อเนื่อง  ตนคิดว่าเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงระบบบังคับและความรุนแรงไม่มีเหตุผล  ก่อให้เกิดความสูญเสียโดยใช่เหตุ  และตนนั้นก็ยังคงกลัวและไม่แน่ใจเรื่องความปลอดภัยของทหารเกณฑ์ทั้งหลายที่ได้ชื่อว่าเข้าไปรับใช้ชาติ  ว่าจะโดนครูฝึกซ้อมจนทำให้ได้รับบาดเจ็บหรือไม่  โดยจะขอผ่อนผันไปเรื่อยจนกว่าจะหมดสิทธิ์การผ่อนผัน  จากนั้นค่อยคิดว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

 

ที่มา

www.komchadluek.net