ระบบเกณฑ์ทหารแบบใหม่สมัครใจเป็นทหาร

ระบบเกณฑ์ทหารแบบใหม่สมัครใจเป็นทหาร

Army New, Uncategorized

นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.)  ได้เปิดเผยความคิดเห็นเมื่อวันที่ 4 เมษายน  2560  กรณีที่ช่วงเวลานี้เป็นฤดูกาลของการเกณฑ์ทหารทั่วประเทศ  จึงอยากนำเสนอความคิดในมุมมองของตนเองว่า  การเกณฑ์ทหารของประเทศไทยถือเป็นระบบที่ล้าหลัง  ในหลายประเทศที่เจริญแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งโลกตะวันตกก็ใช้ความสมัครใจ  หรือหากจะต้องมีระบบเกณฑ์ทหารก็ต้องพิจารณาจากสถานการณ์ที่เหมาะสม  เกิดภาวะสงครามหรือจราจลภายในประเทศ  กำลังทหารไม่เพียงพอ  เป็นต้น  จึงจะใช้กฎหมายเพื่อมาบังคับการเกณฑ์ทหารให้เกิดขึ้น

แต่ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้  ประเทศไทยไม่ได้ประสบอยู่ในภาวะนั้น  ตนมองว่าเหมือนเป็นการนำชายหนุ่มกำลังอยู่ในวัยฉกรรจ์คนหนึ่งมาเสียเวลาด้วยการฝึก  ทั้งที่เวลาสองปีนั้นเขาอาจนำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิตหรือหาเลี้ยงครอบครัวได้มากมาย  เรียกได้ว่าเป็นการสูญเสียทรัพยากรคนไปโดยเปล่าประโยชน์  นอกจากนั้นยังถือเป็นการใช้งบประมาณแผ่นดินไปอย่างสูญเปล่า  เพราะระยะเวลาในการฝึกใช้เพียงไม่นาน  หลังจากนั้นก็ให้ทหารเกณฑ์ไปเป็นทหารรับใช้นายทหารชั้นสูงแล้วรับเงินเบี้ยเลี้ยงและสวัสดิการจากงบประมาณแผ่นดิน  ตนมองว่า  เป็นระบบที่ล้าหลังและสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์และไม่เกิดผลต่อความมั่นคงใด ๆ กับประเทศชาติ

อีกปัญหาหนึ่งที่เกิดจากระบบบังคับเกณฑ์ทหารตามกฎหมาย  คือ  การหนีทหาร  สืบเนื่องมาจากความไม่พร้อม  ไม่เต็มใจ  หรือมีภาระหน้าที่อยู่เบื้องหลัง  บางคนมีลูกเมียและครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบ  แต่ต้องมาติดภาระเป็นทหารเกณฑ์โดยไม่สมัครใจเลยแก้ไขปัญหาด้วยการหนีทหาร  กลายเป็นคนผิดกฎหมายไปอีก  แต่หากเปลี่ยนการเกณฑ์ทหารแบบบังคับตามกฎหมายมาเป็นแบบสมัครใจ  ทางกองทัพจะได้กำลังพลที่มีความพร้อมทั้งใจและกาย  ปราศจากการบังคับใด ๆ ทั้งสิ้น  เมื่อมีความเต็มใจ เขาเหล่านั้นก็จะเต็มที่กับการฝึกและระเบียบวินัย

หนึ่งปัญหาใหญ่ที่เราได้รับรู้จากสื่อต่าง ๆ บ่อยครั้ง  คือ  ครูฝึกซ้อมทหารเกณฑ์จนบาดเจ็บ  บางคนถึงขั้นเสียชีวิต

แม้ว่านายทหารตำแหน่งใหญ่ ๆ ออกมาชี้ชัดว่าการลงโทษด้วยการทำร้ายร่างกายทุกรูปแบบนั้น ถือว่าผิดกฎหมายว่าด้วยวินัยทหารทั้งสิ้น แต่ปัญหานี้กลับเกิดขึ้นเป็นประจำแทบทุกปี ไม่มีมาตรการใดที่จะเอาผิดหรือทำให้หมดไปได้  ความสูญเสียเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้น  ชายหนุ่มคนหนึ่งจากบ้านมาเพื่อรับใช้ชาติ  แต่กลับต้องมาเสียชีวิตเพราะรองมือรองเท้าของครูฝึกโดยไม่มีสิทธิ์ป้องกันตัวแทนที่จะได้ออกไปสู้รบกับศัตรูเพื่อปกป้องประเทศชาติเยี่ยงชายชาติทหารอย่างแท้จริง ถือว่าสูญเสียทรัพยากรบุคคลไปโดยเปล่าประโยชน์อย่างน่าเสียดาย

ที่มา

http://www.matichon.co.th

แสนยานุภาพของประเทศเกาหลีเหนือ

แสนยานุภาพของประเทศเกาหลีเหนือ

Army New, Uncategorized

ประเทศเกาหลีเหนือจัดได้ว่าเป็นประเทศที่ปกครองตนเองในระบบคอมมิวนิสต์ที่คาดว่าน่าจะหลงเหลือเพียงแค่ประเทศเดียวบนโลกใบนี้ที่มีกฎระเบียบต่างๆ มากมายเต็มไปหมด การจะเดินทางไปเกาหลีเหนือไม่ใช่ว่าใครก็สามารถผ่านเข้าไปได้แบบง่ายๆ ต้องผ่านระเบียบการต่างๆ มากมาย รวมถึงประเทศแห่งนี้ยังถูกเหล่าบรรดานานาชาติคว่ำบาตรจากกรณีที่มักนำอาวุธนิวเคลียร์ออกมาเดินขบวนเพื่อแสดงถึงแสนยานุภาพในพลังอำนาจของพวกเขาให้โลกได้เห็นว่าหากใครกล้าที่จะมีปัญหากับพวกเขา พวกเขาก็พร้อมที่จะออกศึกไม่กลัวใครทั้งสิ้น

พลังของเกาหลีเหนือ

เวลานี้ต้องบอกว่ากำลังเป็นที่จับตาของโลกอย่างมากสำหรับปัญหาระหว่างสหรัฐฯ กับ เกาหลีเหนือ ที่ต้องบอกว่าเวลานี้บนคาบสมุทรเกาหลีต่างก็เกิดความตึงเครียดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลก็มาจากการที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของสหรัฐฯ ได้ส่งกองทัพเข้ามาประจำการยังคาบสมุทรเกาหลีคล้ายกับว่าเป็นการปราม คิม จอง อึน ประธานาธิบดีของเกาหลีเหนือที่ได้เดินขบวนในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิด 105 ปี ของคิม อิล ซุง ผู้ก่อตั้งประเทศเกาหลีเหนือ ถ้าหากมองกันตามภาพความเป็นจริงแสนยานุภาพของกองทัพสหรัฐฯ ยังคงเป็นกองทัพที่มีความแข็งแกร่งอันดับต้นๆ ของโลกจากเทคโนโลยีที่ค่อนข้างก้าวล้ำกว่านานาประเทศ อย่างไรก็ตามเกาหลีเหนือเองก็นับว่าเป็นประเทศที่ค่อนข้างให้ความใส่ใจกับเรื่องของกองทัพไม่น้อยหน้าไปกว่าประเทศอื่นๆ ในโลกใบนี้เลยก็ว่าได้ แสนยานุภาพที่พวกเขามีก็คือจัดเป็น 10 ประเทศในโลกใบนี้ที่มีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง นอกจากนี้มีการระบุว่ากองทัพเกาหลีเหนือมีรถถังอยู่กว่า 4,200 คัน เป็นอันดับที่ 7 ของโลก มีเครื่องบินรบ 944 ลำ เป็นอันดับที่ 10 ของโลก มีเฮลิคอปเตอร์ประมาณ 220 ลำ เป็นอันดับที่ 22 ของโลก มีกองกำลังทางเรือ 967 ลำ เป็นอันดับ 1 ของโลก มีเรือดำน้ำ 70 ลำ เป็นอันดับที่ 2 ของโลก ที่สำคัญที่สุดก็คือกำลังพลของเกาหลีเหนือที่พร้อมจะสู้รอบมีสูงถึง 1.2 ล้านคนเลยทีเดียว แถมยังมีกำลังพลสำรองที่พร้อมจะทำเพื่อประเทศชาติอีกประมาณ 7.7 ล้านคน ซึ่งคาดการณ์กันว่าน่าจะเป็นประเทศที่มีกำลังพลมากที่สุดในโลก

อย่างไรก็ตามสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงการคาดเดาที่เชื่อกันว่านี่น่าจะเป็นสิ่งที่เกาหลีเหนือมีทั้งหมด แต่ถ้าหากถามว่าจะมากหรือน้อยกว่านี้แค่ไหนมันก็เป็นสิ่งที่หาคำตอบได้ยากเนื่องจากประเทศแห่งนี้เป็นประเทศที่ยังไม่มีใครสามารถล่วงรู้ความลับอะไรได้ลึกซึ้งมากนัก แต่ก็จัดได้ว่าเป็นแสนยานุภาพที่มีความแข็งแกร่งประเทศหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้

 

http://www.komchadluek.net/news/regional/271879

 

เนติวิทย์เข้าผ่อนผัน ยังยืนยันต่อต้านการเกณฑ์ทหาร

เนติวิทย์เข้าผ่อนผัน ยังยืนยันต่อต้านการเกณฑ์ทหาร

Army New, Uncategorized

วันที่  4  เมษายน  2560  นายเนติวิทย์  โชติภัทร์ไพศาล แกนนำผู้คัดค้านระบบการเกณฑ์ทหาร  ได้ยื่นเอกสารขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร  โดยให้เหตุผลในการผ่อนผันว่าต้องศึกษาเล่าเรียน  เพราะปัจจุบันยังเรียนอยู่ปี  1  คณะรัฐศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ที่สำคัญนายเนติวิทย์ยังยืนกรานคัดค้านระบบการเกณฑ์ทหารอยู่เช่นเดิม และยอมรับตามตรงว่าตนมีความกลัวว่าหากโดนเกณฑ์ทหารเข้าไปต้องถูกกระทำทารุณต่าง ๆ อย่างแน่นอน

นายเนติวิทย์ได้เปิดเผยความคิดเห็นในมุมมองของตนเองว่า ระบบเกณฑ์ทหารของประเทศนั้นเป็นการบีบบังคับ การเป็นเรื่องที่ล้าสมัย ประเทศที่เจริญแล้วแถบยุโรปและอีกหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกได้ยกเลิกระบบการเกณฑ์ทหารไปแล้ว และเปลี่ยนแปลงระบบการเกณฑ์ทหารดั้งเดิมให้เป็นระบบสมัครใจ  เพราะจากการเปรียบเทียบแล้วพบว่าระบบสมัครใจนั้นจะได้ทหารที่มีประสิทธิภาพมากกว่า

นายเนติวิทย์ยังได้เผยอีกว่า  ตนเชื่อว่าการรับใช้และทำประโยชน์ให้กับประเทศชาตินั้นสามารถทำได้หลายทาง  ไม่จำกัดอยู่ที่การเกณฑ์ทหารเท่านั้น  ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องเปลี่ยนแปลง เผยตนจะจะทำงานวิจัยเพื่อพิสูจน์และเป็นข้อบ่งชี้ความแตกต่างระหว่างระบบเกณฑ์ทหารแบบดั้งเดิมกับแบบสมัครใจ  ว่ามีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร  ซึ่งระบบสมัครใจนั้นตนมองว่าควรให้เงินเดือนและสวัสดิการที่ดี  เชื่อว่ามีคนจำนวนมากที่ยินดี  เต็มใจ  และมีความพร้อมที่จะสมัครเพื่อรับใช้ชาติแน่นอน  ส่งผลให้กองทัพเองมีกำลังพลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น  ดังนั้น  ตนเองก็ยังยืนยันที่จะเป็นแกนนำการต่อต้านการเกณฑ์ทหารต่อไป  ตนมองว่า  ระบบการปกครองแบบนี้เท่ากับเป็นการปลูกฝังความรุนแรงอย่างไม่มีเหตุผล  เป็นการลิดรอนเสรีภาพเพราะบังคับให้ปฏิบัติตามผู้นำ  ขัดกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย  โดยตนจะยังเดินหน้าเป็นแรงขับเคลื่อนเพื่อให้ระบบเช่นนี้หมดไป  ให้ประเทศชาติได้เข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง

ส่วนกรณีที่พบเห็นจากข่าวในบ่อย ๆ เรื่องทหารเกณฑ์ที่ถูกซ้อมจนบาดเจ็บและเสียชีวิต  ถึงแม้ว่าผู้บัญชาการทหารบกได้ออกมาขอโทษและยืนยันว่าจะพยายามไม่ให้เกิดขึ้นอีก แต่จนแล้วจนรอดก็ยังมีข่าวการบาดเจ็บและสูญเสียของทหารเกณฑ์จากการถูกซ้อมออกมาอย่างต่อเนื่อง  ตนคิดว่าเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงระบบบังคับและความรุนแรงไม่มีเหตุผล  ก่อให้เกิดความสูญเสียโดยใช่เหตุ  และตนนั้นก็ยังคงกลัวและไม่แน่ใจเรื่องความปลอดภัยของทหารเกณฑ์ทั้งหลายที่ได้ชื่อว่าเข้าไปรับใช้ชาติ  ว่าจะโดนครูฝึกซ้อมจนทำให้ได้รับบาดเจ็บหรือไม่  โดยจะขอผ่อนผันไปเรื่อยจนกว่าจะหมดสิทธิ์การผ่อนผัน  จากนั้นค่อยคิดว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

 

ที่มา

www.komchadluek.net

ลมปากของคนในกองทัพเชื่อไม่ได้  จ่านิวหวั่น ลั่นไม่เกณฑ์ทหารแน่นอน

ลมปากของคนในกองทัพเชื่อไม่ได้ จ่านิวหวั่น ลั่นไม่เกณฑ์ทหารแน่นอน

Army New, Uncategorized

นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊คว่า  “ ถ้าผมเข้าไปถูกกระทืบตายแน่ ” สืบเนื่องมาจากกรณีที่กองทัพบกได้มีการเปิดเผยรายชื่อคนดังที่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารตามกำหนด  โดยจ่านิวกล่าวว่า  ไม่ได้มีแต่เนติวิทย์หรือตนเองที่เกรงกลัวและไม่เห็นด้วยในเรื่องของการเกณฑ์ทหาร  เชื่อว่ามีชายไทยและประชาชนอีกหลายคนที่ไม่เห็นด้วย  เพียงแต่ไม่กล้าออกมาพูดเพื่อเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพที่พึงมีตามหลักประชาธิปไตยของตนเอง  การฝึกทหารเกณฑ์ไม่แตกต่างอะไรจากการกักขังหน่วงเหนี่ยวและบังคับลิดรอนเสรีภาพ อีกทั้งปรากฏเรื่องราวการใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกไม่ควร  บ้าอำนาจ  ป่าเถื่อน  เกินกว่าเหตุ  จนเกิดการบาดเจ็บ  สูญเสีย  และทำให้เกิดความอับอายต่อทหารเกณฑ์ผู้ถูกกระทำมานักต่อนัก  ทั้งที่การใช้อำนาจนั้นไม่ได้มีอยู่ในกฎเกณฑ์ว่าสามารถใช้ได้ จนนำไปสู่การกระทำที่เกินกว่าเหตุ  เกิดการบาดเจ็บล้มตายดังที่เราได้เห็นกันในข่าวบ่อยครั้ง

แม้ว่าจะมีผู้บังคับบัญชาทางทหารตำแหน่งใหญ่โตออกมารับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไม่เกิดเหตุเช่นนั้นขึ้นอีก  แต่จนแล้วจนรอดก็ยังเห็นข่าวอยู่เนือง ๆ แล้วจะมีหลักประกันอะไรได้  จ่านิวกล่าวว่าต่อให้อมวัดโบสถ์วัดพระแก้วมายืนยันตนก็ไม่เชื่อ  และเชื่อว่าคนอื่น ๆ ก็ไม่มีใครเชื่อด้วย  เพียงแต่ไม่มีใครกล้าออกมาพูดเท่านั้นเอง  ยิ่งตนเองเป็นผู้ที่ไม่โอนอ่อนผ่อนตามและมีข้อขัดแย้งต่อระบอบเผด็จการเช่นนี้  หากเข้าไปเป็นทหารเกณฑ์  คงต้องถูกกระทืบตายแน่นอน

หลังจากการสูญเสียของทหารเกณฑ์เหล่านั้นแล้วมีอะไรเกิดขึ้น  ตอบเลยว่าไม่มีใครได้รับความเป็นธรรม เราจะเอาไม่ซีกไปงัดไม้ซุงได้อย่างไร  เรียกได้ว่ากระบวนการยุติธรรมไม่สามารถช่วยเหลือและปกป้องมนุษย์ผู้บริสุทธิ์ที่ถูกกระทำอย่างเราได้เลย  มันเหมือนเป็นประเพณี  เหมือนเป็นระเบียบปฏิบัติที่โหดร้ายและไร้วัฒนธรรม  ยิ่งเมื่อเข้าไปเป็นทหารเกณฑ์ที่หมดเวลาการฝึกแล้วต้องมาเป็นทหารรับใช้ในบ้านของนายทหารชั้นผู้ใหญ่  ซึ่งไม่ต่างอะไรจากระบบบ่าวไพร่  เป็นเหมือนหมารับใช้คอยรองมือรองเท้า  ปฏิบัติตามคำสั่ง  นี่น่ะหรือคือความภูมิใจของลูกผู้ชายไทย  นี่น่ะหรือคือการรับใช้ชาติ  แถมยังนำเอาภาษีประชาชน  งบประมาณของประเทศชาติไปจ่ายเบี้ยเลี้ยง  ตนมองว่าเป็นการสูญเปล่าเป็นอย่างยิ่ง  การรักชาติ  และการรับใช้ชาติมีวิธีปฏิบัติมากมายที่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติอย่างแท้จริง  เราสามารถทำได้ด้วยความสมัครใจและตามสมควรที่เราทำได้  เช่น  การเป็นอาสาสมัครในกลุ่มต่าง ๆ การไม่โกงชาติบ้านเมือง  เป็นต้น  ไม่ใช่การไปเป็นทหารโดยการถูกบังคับกะเกณฑ์ลิดรอนสิทธิเสรีภาพเช่นนี้

 

ที่มา

http://www.bangkokbiznews.com

 

เกณฑ์ทหารกับสมัครใจ  อย่างไหนมีศักยภาพสูงสุด

เกณฑ์ทหารกับสมัครใจ อย่างไหนมีศักยภาพสูงสุด

Army New, Uncategorized

 

ช่วงนี้กำลังเข้าสู่ฤดูกาลการเกณฑ์ทหารอีกครั้ง  ที่ประเทศไทยเรามีการจัดขึ้นทุกปี  หลายคนมีการตื่นตัวทั้งครอบครัวและผู้ที่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารเอง  บ้างก็หาที่บนบานศาลกล่าว  บ้างก็หาเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์  เพื่อให้ลูกหลานหรือตนเองรอดพ้นจากการจับถูกใบแดง  ซึ่งนั้นหมายถึงการต้องเข้ารับใช้ชาติเป็นทหารเกณฑ์

คำถามคือ  เหตุใดหลาย ๆ คนจึงไม่อยากเป็นทหารเกณฑ์  ไหนว่าเป็นลูกผู้ชายต้องรับใช้ชาติ  เป็นหน้าที่ที่ควรทำและภาคภูมิใจมิใช่หรือ  คำตอบคือ  ทุกคนทราบดีว่าเมื่อเข้าไปเป็นทหารแล้วจะต้องได้รับการฝึกเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่ง  ที่เหลืออาจต้องได้ไปเป็นเพียงทหารรับใช้รองมือรองเท้าให้นายทหารชั้นผู้ใหญ่  ระยะหลังยังมีกระแสข่าวการซ้อมและทำร้ายทหารเกณฑ์จนได้รับบาดเจ็บถึงขั้นเสียชีวิตอยู่บ่อยครั้ง  ทำให้เกิดคำถามจากสังคมว่าระบบการเกณฑ์ทหารนั้นดีจริงหรือ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้ระบุหน้าที่ของปวงชนชาวไทยที่ต้องเข้ารับราชการทหาร  และ  พรบ. รับราชการทหาร  พ.ศ. 2497 มาตร 7 ระบุว่า  ชายไทยที่มีสัญชาติไทย  ตามกฎหมายมีหน้าที่ต้องรับราชการทหารทุกคน        แต่ก็มีการเปิดโอกาสให้ชายไทยสมัครใจเข้ารับราชการทหาร  แต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ  จึงต้องมีการจับสลากคัดเลือกเกิดขึ้น  จากข้อมูลของกระทรวงกลาโหมพบว่า  อัตราผู้สมัครเป็นทหารจะมีจำนวนมากขึ้นแต่ก็ยังไม่เป็นที่เพียงพอของกองทัพ  นอกจากนั้นยังมีข้อมูลที่น่าสนใจอีกว่า  ผู้ที่สมัครใจเข้ารับราชการทหาร  จะมีความพร้อมทั้งกายและใจ  อีกทั้งมีศักยภาพในการฝึกและปฏิบัติหน้าที่มากกว่าผู้ที่ถูกเกณฑ์เข้ามา  อัตราการหลบหนีการจากฝึกและปฏิบัติงานน้อยกว่าด้วย

จึงเป็นข้อบ่งชี้ได้ว่า  ทหารที่สมัครใจเข้ามารับราชการนั้นจะมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากกว่า  แล้วยังไม่ขัดกับหลักมนุษยชน  และสิทธิทางการเมือง ข้อ 18 ที่ระบุว่า  บุคคลทุกคนย่อมมีสิทธิในเสรีภาพทางความคิด  มโนธรรม และศาสนา  ในหลายประเทศจะมีผู้ที่อ้างสิทธิเสรีภาพทางความคิด  มโนธรรมและความเชื่อทางศาสนา  เพื่อปฏิเสธการเข้าร่วมภาคกิจทางทหารตลอดจนการเกณฑ์ทหาร

ดังนั้น  สามารถกล่าวได้ว่าการส่งเสริมให้ยกเลิกระบบเกณฑ์ทหารแล้วเปลี่ยนมาเป็นระบบสมัครใจเป็นเรื่องที่สำคัญและควรส่งเสริมเป็นอย่างมาก  เพื่อให้ได้ทหารมาเป็นกำลังพลของกองทัพไทยที่มีศักยภาพสูงสุด  จึงควรส่งเสริมให้มีการสมัครใจเข้ารับราชการทหารกองประจำการ  โดยมีสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้  เช่น  เบี้ยเลี้ยง  เงินเดือน  การบรรจุเข้ารับราชการและมียศตำแหน่ง  เป็นต้น  ซึ่งทั้งหมดนี้เชื่อว่าจะนำไปสู่การได้มีกำลังพลที่มีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด

 

ที่มา

http://www.posttoday.com

เกณฑ์ทหาร  จำเป็นหรือล้าหลัง

เกณฑ์ทหาร จำเป็นหรือล้าหลัง

Army New, Uncategorized

เชื่อว่า  ทุกคนคงเคยได้ยินได้ฟังได้รับรู้ข่าวสารของพลทหารถูกครูฝึกลงโทษโดยมีวิธีการทำร้ายร่างกายจนได้รับอันตราย  บาดเจ็บ  หรือกระทั่งเสียชีวิต  ทางโลกโซเชียลยังมีการรณรงค์ผ่าน  change.org  ในหัวข้อ “ ยกเลิกการเกณฑ์ทหารเปลี่ยนเป็นรูปแบบสมัครใจ ”  เพื่อเป็นการเรียกร้องให้กระทรวงกลาโหมยกเลิกระบบการเกณฑ์ทหาร  และเปลี่ยนแปลงเป็นระบบสมัครใจโดยมีสวัสดิการและเบี้ยเลี้ยงให้  กลุ่มผู้รณรงค์ให้เหตุผลว่า  ระบบการเกณฑ์ทหารนั้นเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินโดยใช่เหตุ  อีกทั้งเป็นการลิดรอนสิทธิมนุษยชน  นอกจากนั้นยังมีอีกแคมเปญหนึ่งในการรณรงค์ยกเลิกการเกณฑ์ทหารคือ  “ ไม่เรียน รด. ก็ไม่ต้องเกณฑ์ทหาร ” เรียกร้องสิทธิคล้ายกับแคมเปญแรก  กล่าวคือ  ผู้ที่ไม่ได้เรียนหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหาร  (รด.) ก็ไม่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร  เพราะเชื่อว่าประเทศชาติจะได้รับกองกำลังที่แท้จริงนั้นย่อมเกิดจากความสมัครใจ  ไม่ใช่บังคับ

จึงเป็นการปฏิเสธไม่ได้เลยว่า  กระแสการรณรงค์ของการยกเลิกเกณฑ์ทหารนั้น  กำลังถูกจับตามองเป็นอย่างยิ่งยิ่งในทางโซเชียลยิ่งโหมกระพือมากขึ้น  มีการตั้งเพจเฟชบุคชื่อ  “ ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ” ซึ่งเพจมุ่งเน้นรณรงค์ให้มีการยกเลิกการเกณฑ์ทหารมานานหลายปี  โดยมีความคิดเห็นว่า  การเกณฑ์ทหารนั้นเป็นการลิดรอนสิทธิมนุษยชน  เป็นการบังคับเผด็จการ  และทำให้ผู้ที่ถูกเกณฑ์เสียสิทธิ์ในการดำรงชีวิต  ยิ่งมีกระแสข่าวการถูกครูฝึกซ้อมจนได้รับบาดเจ็บจนเสียชีวิต  ยิ่งมองได้ว่าเป็นการทารุณกรรมโดยไม่สามารถต่อสู้ป้องกันตนเองได้  นอกจากนั้นยังถูกบังคับให้งดการติดต่อสื่อสารกับภายนอกอีก เสมือนเป็นการกักขังหน่วงเหนี่ยวทั้งที่ไม่ได้เต็มใจ

แอดมินเพจยังได้กล่าวอีกว่า  เชื่อว่าชายไทยและนักเรียนชายส่วนใหญ่ที่สมัครเรียนนักศึกษาวิชาทหารก็เพราะต้องการหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร  ไม่ใช่เพราะการอยากรับใช้ชาติ  เพราะทุกคนทราบดีว่าเมื่อการเข้าไปเป็นทหารเกณฑ์แล้วจะถูกกระทำไม่ดีอย่างไรบ้าง  ตนเองมองว่า  การรับใช้ชาตินั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเป็นทหารเกณฑ์  อาชีพใด ๆ ก็สามารถรับใช้ชาติได้เช่นเดียวกัน  ยกตัวอย่างเช่น  ผู้ที่ทำงานจิตอาสาเพื่อสังคม  นักกีฬาทีมชาติ  ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชนและประเทศชาติอย่างซื่อสัตย์  เป็นต้น  ดังนั้น  ตนจึงอยากนำเสนอการเปลี่ยนแปลงระบบการเกณฑ์ทหารมาเป็นรูปแบบสมัครใจ  ยกตัวอย่างประเทศในแถบยุโรปที่เจริญแล้วล้วนแล้วแต่ใช้ระบบการสมัครทั้งสิ้น  เพราะเชื่อว่า  ผู้ที่เต็มใจ  จะมีความพร้อมทั้งกายใจ  จะสามารถทำหน้าที่รับใช้ชาติได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีความภาคภูมิมากกว่า อีกทั้งยังสามารถลดการใช้งบประมาณแผ่นดินลงได้มาก  ดีกว่าที่จะบังคับเกณฑ์ผู้ที่ไม่พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจให้เข้าไปฝึก  งบประมาณส่วนนั้นควรนำไปเป็นสวัสดิการและเบี้ยเลี้ยงเพื่อสนับสนุนกับผู้ที่เต็มใจและมีศักยภาพความพร้อมมากกว่า

 

ที่มา

http://www.posttoday.com

แนวโน้มการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3

แนวโน้มการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3

Army New, Uncategorized

ในช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาสถานการณ์ทีทั่วโลกจับตามองกันมากที่สุดคงจะเป็นเรื่องของความหวาดหวั่นว่าจะมีสงครามโลกครั้งที่ 3 เกิดขึ้นจริงหรือไม่ ผลพวงของความคิดเหล่านี้จุดเริ่มต้นมันก็มีสาเหตุอยู่ด้วยกันหลากหลายประการ ซึ่งหากมองกันในมุมของโลกสมัยใหม่ที่ไม่ได้มีการใช้สงครามเป็นตัวตัดสินปัญหาก็แทบไม่ค่อยมีใครจะเชื่อได้จริงๆ ว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 มันจะมีโอกาสเกิดขึ้นมาจนได้เห็นภาพข่าวต่างๆ ล่าสุดที่ได้มีการเผยแพร่กันไปทั่วโลก

ต้นเหตุสำคัญถึงความหวาดระแวงในการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3

ต้นเหตุสำคัญมันคงจะกล่าวเป็นปัจจัยหลักๆ ได้อยู่หลายประการเลยทีเดียว ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ประเทศมหาอำนาจของโลกอย่างสหรัฐฯ กับ ประเทศคอมมิวนิสต์อย่างเกาหลีเหนือเกิดการไม่ลงรอยกันอย่างรุนแรง ซึ่งก่อนหน้านี้มันก็เป็นแบบนี้มานานแล้วเพียงแต่ว่าไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่เป็นข่าวล่าสุด สามารถสรุปได้ดังนี้

  1. การเปลี่ยนแปลงประธานาธิบดีของสหรัฐฯ – อย่างที่ทราบกันดีว่านับตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ คนที่ 45 เขาได้มีนโยบายต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งหนึ่งในนโยบายที่คนทั้งโลกไม่ค่อยเห็นด้วยคือเรื่องการเพิ่มกองทัพสหรัฐฯ หรือแม้แต่การไปถล่มประเทศต่างๆ ด้วยอาวุธที่รุนแรง พร้อมทั้งยังกล้าประกาศสงครามในคาบสมุทรเกาหลีด้วยการยกกองทัพไปประจัญบานเอาไว้ มันเลยกลายเป็นต้นเหตุหลักของแนวโน้มในการครั้งนี้
  2. การตอบโต้ของเกาหลีเหนือ – แน่นอนว่าเมื่อมีการมารุกรานถึงพื้นที่ตัวเองมีหรือที่ทุกๆ ประเทศจะยอมเช่นเดียวกับเกาหลีเหนือที่ได้มีการออกมาแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าพวกเขาก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้ง่ายๆ เหมือนกัน แถมในการเดินขบวนในงานครบรอบ 105 ปี คิม อิล ซุง ผู้ก่อตั้งประเทศเกาหลีเหนือ พวกเขายังได้แสดงแสนยานุภาพด้วยการนำเอาอาวุธนิวเคลียร์มาเดินโชว์ในงานด้วยเช่นเดียวกัน
  3. พลังของประเทศมหาอำนาจต่างๆ – ลำพังระหว่างประเทศมหาอำนาจอย่าง สหรัฐฯ รัสเซ๊ย หรือจีน ก็เป็นประเทศที่มีพลังอำนาจในตัวเองมากพออยู่แล้ว หากว่ามีประเทศใดประเทศหนึ่งรวมตัวกับอีกประเทศเพื่อต่อต้านหรือต่อสู้ก็ตามเชื่อว่ามันอาจกลายเป็นสาเหตุทีนำไปสู่แนวโน้มในการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ได้เช่นเดียวกัน

โอกาสในการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3

หากจะบอกว่ามันมีโอกาสเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่มันก็ยังไม่มีใครที่จะสามารถให้คำตอบได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้มากที่สุดก็คือเชื่อว่าทุกคนบนโลกใบนี้คงไม่มีใครอยากให้เกิดสงครามขึ้นอย่างแน่นอน ถึงกระนั้นก็อย่าวิตกจนเกินไป จงใช้ชีวิตอย่างปกติสุขที่สุดเพราะอนาคตอะไรมันก็สามารถเป็นไปได้ด้วยกันทั้งนั้น โลกใบนี้ยังมีอะไรที่ลึกซึ้งอยู่อีกมากมาย

นโยบายทางการทหารของทรัมป์

นโยบายทางการทหารของทรัมป์

Army New, Uncategorized

กับการที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ประธานาธิบดีคนล่าสุดคือนายโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้หลายฝ่ายต่างก็รู้วิตกกังวลกับแผนการทำงานของคนๆ นี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าเป็นที่รู้กันดีถึงความดันทุรัง การเอาความรู้สึกของตนเองเป็นที่ตั้งในการจัดสร้างนโยบายต่างๆ ขึ้นมาที่บ่อยครั้งก็ไม่ได้สนใจโลกภายนอกเลยว่ามันเป็นอย่างไร ยิ่งสภาวะในปัจจุบันยิ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงในหลายๆ ด้านที่อาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นกับทั่วโลก แม้ว่านโยบายหลายๆ ด้านของทรัมป์จะดูน่าสนใจ แต่ก็ยังมีนโยบายหลากหลายอย่างที่ชาวโลกต่างก็ยังตั้งข้อสงสัยอยู่

นโยบายเกี่ยวกับทหาร

จากการที่โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐฯ แน่นอนว่าเขาได้มีการผุดนโยบายต่างๆ ขึ้นมามากมาย ซึ่งหนึ่งในนโยบายที่เขาต้องการเข้ามาสร้างความแข็งแกร่งให้กับสหรัฐฯ ก็คือนโยบายทางทหารที่เขามองว่าประธานาธิบดีคนก่อนๆ มีความอ่อนโยนเกินไปต่อเรื่องนี้ ทรัมป์เชื่อว่าการที่สหรัฐฯ จะมีความแข็งแกรงต่อโลกใบนี้ได้ส่วนหนึ่งต้องมาจากการที่ทหารของสหรัฐฯ มีความแข็งแกร่งมากพอในการที่จะต่อสู้กับทุกสถานการณ์ที่พวกเขามองว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเป็น ทำให้ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของสหรัฐฯ เลือกที่จะสร้างนโยบายในการเปลี่ยนแปลงของกองทัพสหรัฐฯ ขึ้นมากมาย ทั้งการเพิ่มกำลังของกองทหารให้กับกองทัพสหรัฐฯ มากกว่าเกิดจากที่เคยมมีอยู่ โดยเขาตั้งเป้าเอาไว้ว่าต้องการที่จะเพิ่มกองกำลังสหรัฐฯ โดยแบ่งเป็นเหล่านายทหาร 540,000 นาย กำลังเรือรบ 350 ลำ เครื่องบินรบ 1,200 ลำ นอกจากนี้ในภาพรวมเขายังต้องการที่จะมีกองทัพให้มากถึง 36 กำลังพล ต้องการสร้างขีปนาวุธเพิ่มขึ้นมาอีกแม้จะรู้ดีว่ามันเป็นการลงทุนครั้งมหาศาลแถมยังเป็นสิ่งที่ชาวโลกทุกคนไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้นมาก็ตามที ซึ่งทรัมป์เคยระบุเอาไว้ว่าเหตุผลจำเป็นที่เขาต้องจัดสร้างขีปนาวุธขึ้นก็เพราะเอาไว้ป้องกันการโจมตีจากประเทศคู่อริของสหรัฐฯ อย่าง เกาหลีเหนือ และ อิหร่าน นอกจากนโยบายทางทหารที่เป็นรูปธรรมแบบนี้แล้ว เขาเองยังต้องการที่จะสร้างความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ด้วยเช่นเดียวกัน จะมีการรวบรวมทีมตรวจสอบจากคนที่มีฝีมือในกองทัพ หน่วยงานทางกฎหมายต่างๆ และภาคเอกชน เพื่อป้องกันการรุกรานจากประเทศอื่นๆ อย่างเต็มรูปแบบด้วย

ความเชื่อมั่นในนโยบายของตนเอง

โดนัลด์ ทรัมป์ ในเวลานี้ค่อนข้างมีความมั่นใจเป็นอย่างมากถึงนโยบายอันแข็งแกร่งของเขาในด้านต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของนโยบายทางทหารที่เขาเชื่อว่ากองทัพของสหรัฐฯ คือกองทัพที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดกองทัพหนึ่งบนโลกใบนี้ เพราะฉะนั้นการที่เขาเพิ่มเติมนโยบายทางทหารเหล่านี้เข้าไปก็จะยิ่งช่วยสร้างความมั่นคงให้กับกองทัพรวมถึงประเทศชาติได้อีกมากมายเลยทีเดียว

 

https://hilight.kapook.com/view/144818

 

ข่าวการถล่มปากีสถาน

ข่าวการถล่มปากีสถาน

Army New, Uncategorized

ประเทศปากีสถานถือว่าเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ยังคงมีความรุนแรงเกิดขึ้นภายในประเทศอยู่ตลอดเวลาเป็นระยะเวลายาวนานมาหลายสิบปีแล้ว โดยเฉพาะสงครามที่น่าจะคุ้นหูกันดีที่สุดคือสงครามการแย่งชิงพื้นที่ระหว่างปากีสถานกับปาเลสไตน์ เป็นการต่อสู้ที่ยาวนานมากๆ แม้ว่าในปัจจุบันที่เทคโนโลยีพัฒนาไปไกลมากขนาดไหนก็ตามแต่สงครามแบ่งแยกดินแดนระหว่าง 2 พื้นที่นี้ก็ยังคงมีให้เห็นอยู่โดยตลอด คนในพื้นที่เองก็เหมือนกับตกอยู่ในสภาวะความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลาเมื่อประเทศของพวกเขามีแต่สงครามเต็มไปหมด

การโดนถล่มของปากีสถาน

การโดนถล่มของปากีสถานที่เกิดขึ้นให้กลายเป็นสภาวะสงครามนั้นเป็นมาอย่างยาวนานอย่างที่ได้กล่าวเอาไว้ในช่วงแรก แต่การโดนถล่มของปากีสถานที่ดูจะเป็นน้ำเป็นเนื้อมากที่สุดคงหนี้ไม่พ้นการที่กองทัพสหรัฐฯ ได้มีการส่งหน่วยทหารของพวกเขาเข้าไปจัดการกับกลุ่มติดอาวุธในประเทศปากีสถานตั้งแต่ประมาณ 3-4 ปีก่อน แม้ว่าเหตุผลจะเป็นในเรื่องของกลุ่มติดอาวุธเหล่านี้สร้างความวุ่นวายให้กับประเทศของตัวเอง แต่สหรัฐฯ ก็เหมือนกับต้องการที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือในการทำให้เหตุการณ์สงบลงทว่ากลับกลายเป็นเหตุการณ์ตรงจุดนี้มันบานปลายมากกว่าเดิม เมื่อกลุ่มติดอาวุธเองก็ไม่ยอมให้โดนถล่มเอาง่ายๆ สงครามที่ว่านี้จึงค่อนข้างยืดเยื้อกินเวลาอย่างยาวนานจนเหมือนกับว่าในที่สุดต่างฝ่ายต่างก็ยอมที่จะถอยไปแบบเงียบๆ ถึงกระนั้นมันก็ยังคงมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นในปากีสถานอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการระเบิดมัสยิด ระเบิดพลีชีพครั้งต่างๆ ทำให้มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ต้องเสียชีวิตลงจากความรุนแรงในลักษณะแบบนี้ แน่นอนว่าในสายตาชาวโลกมันคือสิ่งที่พวกเขารับไม่ได้กับการกระทำอันป่าเถื่อน โหดร้ายทารุณ แต่ถ้าหากมองในมุมของสงครามมันเป็นสิ่งที่มักจะเห็นกันได้กับสถานการณ์แบบนี้

ความเป็นอยู่ของชาวปากีสถาน

แม้ว่าประเทศของเขาจะเป็นประเทศที่เกิดสงคราม การจลาจล หรือระเบิดขึ้นบ่อยครั้งทว่าประชาชนทั้งหลายเองก็ยังพยายามที่จะใช้ชีวิตให้ปกติที่สุด พยายามสร้างอารยธรรมอันดีงามของตนเองให้เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าทุกพื้นที่ของปากีสถานจะกลายเป็นพื้นที่สงคราม ถึงกระนั้นหากมองในเรื่องของความปลอดภัยมันก็ไม่สามารถมีอะไรมาการันตีได้ว่าชีวิตของทุกคนจะปลอดภัย ประชาชนในประเทศนี้ทุกคนจึงต้องอาศัยอยู่ด้วยความระมัดระวัง หรือบางคนอาจบอกว่าตัวเองตกอยู่ภายใต้ความหวาดระแวงก็ไม่ผิดเท่าไหร่นักด้วยสถานการณ์ที่มันเป็นไปนั่นเอง

สิ่งทุกคนได้เรียนรู้คือทุกๆ ครั้งที่มีสงครามมันไม่เคยสร้างความยุติธรรมให้กับโลกได้อย่างแท้จริง มันคงเป็นเรื่องที่ดีกว่าถ้าหากมีการหันหน้ามาพูดคุยกันด้วยเหตุและผลก่อนที่จะกลายเป็นสัมพันธมิตรที่ดีต่อกัน

ข่าวการถล่มซีเรีย

ข่าวการถล่มซีเรีย

Uncategorized

ในปัจจุบันประเทศที่ถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีความอันตรายติดอันดับต้นๆ ของโลกจะต้องมีประเทศซีเรียเป็นหนึ่งในนั้นอย่างไม่มีข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเหตุผลมันก็มาจากปัจจัยหลายประการ ประการหลักๆ ในการที่ประเทศนี้ไร้ซึ่งความสงบสุข ไร้ซึ่งเสรีภาพแม้แต่การเดินออกไปตามท้องถนนคุณก็อาจไม่ได้เดินกลับมาที่เดิมอีกก็มาจากการที่ประเทศแห่งนี้เกิดสงครามขึ้น ไล่ตั้งแต่การมีกลุ่มกบฏเกิดขึ้นในประเทศจนกลายเป็นสงครามกลางเมือง ก่อนที่ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐฯ จะเข้ามามีส่วนร่วมในเหตุการณ์ส่งครามต่างๆ

ต้นตอของความรุนแรงในซีเรีย

หากจะบอกว่าจุดเริ่มต้นจริงๆ ของเหตุการณ์ความรุนแรงในซีเรียมาจากไหนมันก็คงจะไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนได้มากที่สุด แต่ต้นตอของความรุนแรงต่างๆ นานาส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าเกิดจากกลุ่มกบฏได้ทำการสร้างสงครามกลางเมือขึ้นจนรัฐบาลต้องใช้มาตรการขั้นรุนแรงในการจัดการกับกลุ่มกบฏเหล่านี้ ซึ่งมาตรการหนึ่งที่ต้องบอกว่ารุนแรงเป็นอย่างมากก็คือการใช้ก๊าซพิษที่เป็นอาวุธเคมีโจมตีกลุ่มกบฏเหล่านี้แต่ปัญหาก็คือเมื่อรัฐบาลตัดสินใจใช้วิธีการนี้นั่นหมายความว่าพวกเขาได้ฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปด้วยเช่นเดียวกัน โดยแม้ว่ารัฐบาลจออกมาปฏิเสธการกระทำดังกล่าวแต่ก็เป็นที่รู้กันดีว่าหากไม่ใช่ฝ่ายรัฐบาลก็คงไม่ใครกล้าทำเรื่องราวแบบนี้อย่างแน่นอน ถือว่าเป็นต้นตอที่ก่อให้เกิดการถล่มซีเรียในครั้งล่าสุดของกองทัพสหรัฐฯ ก็ว่าได้

การถล่มซีเรีย

หลังจากนั้นได้ไม่นานกองทัพสหรัฐฯ ก็ได้ตัดสินใจยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์คกว่า 50 ลูกจากเรือรบของพวกเขาใส่ไปยังฐานทัพในซีเรีย ที่พวกเขาต้องสงสัยว่าน่าจะเป็นฐานทัพที่ปล่อยสารเคมีเหล่านี้ให้กับพลเรือนของพวกเขา ถือว่าเป็นปฏิบัติการโจมตีทางทหารครั้งแรกของสหรัฐฯ เพื่อเป็นการตอบโต้การกระทำของกองทัพซีเรียภายใต้การนำของประธานาธิบดีบาซาร์ อัล อัสซาด แน่นอนว่ารัฐบาลซีเรียย่อมไม่พอใจสิ่งทีเกิดขึ้นจนต้องออกมาโจมตีการกระทำของกองทัพสหรัฐฯ ว่าเป็นการกระทำที่โหดร้ายทารุณ แต่ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้มันก็อยู่ตรงที่ฝ่ายของรัสเซียซึ่งให้การสนับสนุนประธานาธิบดีของซีเรียก็ออกมาประณามการโจมตีในครั้งนี้ด้วยเช่นเดียวกัน แถมยังมีการส่งเรือรบเข้าไปประกบเรือที่ยิงขีปนาวุธเข้าไปในซีเรียด้วย นับว่าเวลานี้มันอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงครั้งใหญ่ก็เป็นได้

ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่คนทั่วโลกยังจำเป็นต้องจับตามองอย่างต่อเนื่องถึงประเด็นโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฝั่งไหนที่ออกตัวมาก็ตามทีย่อมมีผลต่อทั่วทั้งโลกอย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับคนไทยเองแม้อาจดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องแต่จริงๆ แล้วก็มีส่วนร่วมไม่น้อยเช่นกัน

 

http://www.bbc.com/thai/international-39524234